ชามัทฉะสามารถช่วยลดความอ้วนและเผาผลาญไขมัน

หากคุณเคยได้ยินใครสักคนบอกว่าชามัทฉะสามารถดื่มเพื่อลดความอ้วนได้ สิ่งแรกที่คุณคิดคือจะเชื่อถือได้หรือ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วการดื่มชามัทฉะสามารถช่วยลดความอ้วนและเผาผลาญไขมันส่วนเกินได้จริง ทั้งนี้ก็ได้มีการศึกษามาแล้วว่า สารคาเทชินที่มีอยู่ในชามัทฉะ ช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญของร่างกาย ทำให้คุณสามารถลดน้ำหนักได้เร็วและเห็นผลดีขึ้น นอกจากนี้ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ต่างๆในร่างกาย ทำให้คุณดูอ่อนกว่าวัยได้อีกด้วยอ่อนเยาว์อยุ่เสมอ
ชามัทฉะมีคุณประโยชน์มากมายที่คนในสมัยก่อนต่างก็รู้ความลับในข้อนี้ดี เพราะมีการดื่มชามัทฉะกันอย่างแพร่หลายและมีการนำมารักษาโรคต่างๆอย่างโรคปวดศีรษะ และในปัจจุบันเมื่อยิ่งมีการศึกษาค้นคว้ามากขึ้นก็พบว่า ชามัทฉะมีคุณประโยชน์มากมายหลายอย่างจนทำให้คนรักสุขภาพแทบทุกคนต่างก็ยกให้ชามัทฉะเป็นเครื่องดื่มอันดับหนึ่งในด้านของการดูแลรักษาสุขภาพ
การดื่มชามัทฉะเพื่อดูแลสุขภาพในแต่ละวันสามารถดื่มได้ในปริมาณตั้งแต่สองถึงห้าถ้วย ในบางพื้นที่ที่มีวัฒนธรรมการดื่มชาเป็นปกติก็อาจจะดื่มชามัทฉะแทนน้ำเปล่าในแต่ละวัน แต่ถ้าหากใครที่มีความไวต่อคาเฟอีนหรือคุณแม่ที่เพิ่งตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ก็อาจจะลดปริมาณการดื่มชามัทฉะลง เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากคาเฟอีนที่อาจจะเกิดขึ้นได้ แต่ความจริงแล้วปริมาณคาเฟอีนในมัทฉะไม่ได้มีมากเท่ากับกาแฟ ดังนั้นจึงไม่ได้ทำให้เกิดอาการใจสันหรือนอนไม่หลับในคนปกติทั่วไปที่ร่างกายไม่ได้มีความไวต่อคาเฟอีน
ชามัทฉะเป็นชาที่คัดสรรจากใบชาชั้นดีและมีกรรมวิธีการผลิตที่สามารถรักษาคุณค่าทางธรรมชาติของชาเขียวตามธรรมชาติเอาไว้มากที่สุด การดื่มชามัทฉะที่ได้ผลดีต่อสุขภาพคือการดื่มโดยหลีกเลี่ยงการเติมน้ำตาลหรือสารให้ความหวานต่างๆลงไป แต่ก็อาจจะใส่น้ำมะนาวหรือมะนาวฝานเป็นแว่นบางๆใส่ลงในชามัทฉะเพื่อช่วยเพิ่มรสชาติ และเสริมสร้างให้ร่างกายมีการสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อต่อต้านเชื้อโรคได้ดียิ่งขึ้น

ชามัทฉะสำเร็จรูปบรรจุขวด

ความนิยมดื่มชามัทฉะที่มีมากขึ้นในปัจจุบัน จึงทำให้เราได้พบกับชามัทฉะสำเร็จรูปบรรจุขวดหรือกล่องวางขายตามร้านค้าต่างๆทั่วไป ต้องการดื่มเมื่อไหร่ก็สามารถซื้อมาดื่มได้ทันที ซึ่งการดื่มชามัทฉะสำเร็จรูปเหล่านี้ มีสิ่งที่จะต้องคำนึงก็คือมีคุณค่าของชาเขียวธรรมชาติอยู่ในเครื่องดื่มเหลานี้มากน้อยแค่ไหน เพราะบางครั้งในอุตสาหกรรมการผลิตชามัทฉะ อาจไม่ได้ใช้น้ำชาที่มาจากธรรมชาติล้วนๆเนื่องจากข้อจำกัดในด้านการบรรจุที่จะต้องคงรสชาติ สี และกลิ่นของชามัทฉะตามธรรมชาติ จึงทำให้ต้องมีการเติมสี กลิ่น ความไปถึงการแต่งรสชาติและเพิ่มสารให้ความหวานต่างๆลงไป จนคนที่เคยดื่มแต่ชามัทฉะธรรมชาติ สามารถรับรู้ได้ถึงข้อแตกต่างเหล่านี้
แม้ว่าการดำเนินชีวิตในปัจจุบันจะเต็มไปด้วยความเร่งรีบ ผู้คนไม่มีเวลานั่งดื่มชามัทฉะหรือจิบชามัทฉะได้สบายๆตลอดทั้งวันเหมือนกับสมัยก่อน แต่คุณก็สามารถดื่มชามัทฉะที่คงคุณค่าตามธรรมชาติได้ ด้วยการซื้อผงชามัทฉะมาชงดื่มด้วยตัวเอง ซึ่งวิธีการก็ไม่ยุ่งยากอะไรเลย คุณสามารถชงชามัทฉะใส่ขวดพกไปกินที่ที่ทำงาน หรือสถานที่ต่างๆได้อย่างที่ต้องการ
วิธีการชงชามัทฉะสามารถทำได้ง่ายมาก เพียงหาแก้วหรือขวดน้ำในขนาดที่คุณต้องการ ตักผงชามัทฉะลงไปจากนั้นก็เติมน้ำให้ได้ปริมาณที่ต้องการ คนหรือเขย่าให้ผงชามัทฉะละลายเข้ากันดีกับน้ำ จากนั้นก็สามารถดื่มหรือพกออกไปทำงานหรือนอกบ้านได้อย่างสะดวก
ชามัทฉะคุณภาพดีสามารถสั่งซื้อได้จากแหล่งผลิตชามัทฉะชั้นดีอย่างประเทศญี่ปุ่น ที่ถึงแม้จะมีราคาแพงมากกว่าชนิดอื่นๆก็ตามแต่คุณก็สามารถมั่นใจได้ถึงคุณภาพของชาที่ดี และคงคุณค่าตามะรรมชาติของชามัทฉะที่เต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระประสิทธิภาพสูง ที่ช่วยดูแลปกป้องคุณให้ห่างไกลจากโรคร้ายแรงอย่างเบาหวาน ไขมันในเลือดสูงและโรคมะเร็ง สารต้านอนุมูลอิสระในชามัทฉะสามารถช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ต่างๆภายในร่างกาย ซึ่งจะทำให้คุณมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ดูอ่อนเยาว์ และห่างไกลจากโรคที่เป็นภัยคุกคามต่อชีวิต

การดื่มชาญี่ปุ่นสามารถทำได้ง่ายไม่มีความยุ่งยาก

อ่อนกว่าวัยเมื่อไปรับประทานอาหารญี่ปุ่นตามร้าน หลายคนนอกจากจะชื่นชอบรสชาติของอาหารญี่ปุ่นแล้ว ยังติดใจในชาญี่ปุ่นที่มีความหอมและรสชาติเข้มข้นจนอยากจะดื่มชาญี่ปุ่นเป็นประจำที่บ้าน ซึ่งในปัจจุบันนี้การดื่มชาญี่ปุ่นสามารถทำได้ง่ายไม่มีความยุ่งยาก เพราะชาญี่ปุ่นในปัจจุบันบรรจุอยู่ในรูปแบบซองที่สามารถใส่ลงไปในถ้วยชา เทน้ำร้อนลงไป รอสักครู่ก็สามารถดื่มด่ำกับรสชาติของชาญี่ปุ่นได้ทันที นอกจากนี้ยังมีชาญี่ปุ่นในรูปแบบผงที่สามารถชงเป็นเครื่องดื่มได้ง่ายทั้งร้อนและเย็น ส่วนใครที่ชอบการชาญี่ปุ่นที่สามารถชงได้ทั้งใบก็มีเหมือนกัน โดยชาญี่ปุ่นคุณภาพดีเหล่านี้ มีแหล่งผลิตอยู่ในประเทศญี่ปุ่นที่มีความพิถีพิถันในการผลิตชาแต่ละขั้นตอน เพื่อให้ได้ชาญี่ปุ่นคุณภาพดีที่ให้คุณสามารถดื่มได้เป็นประจำทุกวัน
ชาญี่ปุ่นส่วนใหญ่นิยมดื่มเป็นเครื่องดื่มร้อน ซึ่งหลายคนนิยมดื่มภายหลังจากมื้ออาหารเพราะมีความรู้สึกว่าช่วยให้หายเลี่ยน และช่วยล้างไขมันภายหลังจากการรับประทานอาหารได้ดี ความจริงแล้วการดื่มชาญี่ปุ่นภายหลังการรับประทานอาหาร ควรเว้นระยะเวลาอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมง เพื่อไม่ให้ชาขัดขวางกระบวนการดูดซึมอาหารในทางเดินอาหารของลำไส้
ชาญี่ปุ่นสามารถดื่มได้ทั้งร้อนและเย็น ในช่วงอากาศหนาว การดื่มชาญี่ปุ่นอุ่นๆช่วยสร้างความอบอุ่นให้กับร่างกาย และคาเฟอีนในชาญี่ปุ่นก็จะช่วยเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจและช่วยเพิ่มความกระฉับกระเฉงให้กับร่างกาย ส่วนในช่วงอากาศร้อน ชาเขียวญี่ปุ่นเย็นก็จะช่วยดับกระหายคลายร้อนได้เป็นอย่างดี
การชงชาญี่ปุ่น สามารถเพิ่มส่วนผสมต่างๆลงไปเพื่อเพิ่มกลิ่นและรสชาติที่ดียิ่งขึ้นให้กับชาญี่ปุ่น อย่างเช่น หลังจากชงชาญี่ปุ่นในน้ำร้อนแล้ว อาจฝานมะนาวเป็นแผ่นบางๆใส่ลงไปในชาญี่ปุ่น และใบมิ้นต์ประมาณ 1 กำมือ เพื่อช่วยเพิ่มรสชาติของชาญี่ปุ่นให้มีความแปลกใหม่และมีกลิ่นหอมน่าดื่มมากยิ่งขึ้น หรือหากใครที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก ก็สามารถใส่เมล็ดเจียลงไปในชาญี่ปุ่น รอจนกระทั่งเมล็ดเจียพองตัวเต็มที่ก็สามารถนำมาดื่มระหว่างมื้ออาหาร เพื่อช่วยทำให้อิ่มเร็ว ซึ่งเป็นเมนูเครื่องดื่มที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก

ชาญี่ปุ่นจะไม่มีการเติมน้ำตาลลงไป

ชาญี่ปุ่นเป็นเครื่องดื่มที่นิยมดื่มกันทั่วโลก ไม่เฉพาะแต่ในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น และแต่ละแห่งก็อาจจะมีการเพิ่มส่วนผสมลงในชาเขียวญี่ปุ่นเพื่อให้ได้รสชาติที่ถูกปาก โดยทั่วไปแล้วชาญี่ปุ่นจะไม่มีการเติมน้ำตาลลงไปในน้ำชา เพราะส่วนใหญ่จะนิยมชงชาด้วยน้ำร้อนแล้วจิบเพื่อให้ได้รสชาติและกลิ่นของชาที่เข้มข้นตามธรรมชาติ ชาญี่ปุ่นส่วนใหญ่มักจะนิยมดื่มกันเกือบตลอดทั้งวัน แต่ในเมืองไทยการดื่มชาไม่ใช่เครื่องดื่มหลัก แต่จะดื่มชาญี่ปุ่นในช่วงหลังมื้ออาหาร หรือในช่วงเวลาที่ต้องการพักผ่อน การจิบชาญี่ปุ่นอุ่นๆจึงเป็นการเพิ่มความสดชื่นและผ่อนคลายความเครียดไปได้ในเวลาเดียวกันสุขภาพดีเร่ิมที่ตัวเรา
แม้ว่าชาญี่ปุ่นแท้ๆจะไม่มีการเติมน้ำตาลหรือสารให้ความหวาน แต่สำหรับคนที่ติดรสชาติหวานก็สามารถเติมน้ำเชื่อมหรือน้ำตาลลงไปเล็กน้อยเพื่อเพิ่มรสชาติให้ดื่มง่ายขึ้น บางคนอาจจะเติมนมลงไปในชาญี่ปุ่นเพื่อให้มีรสชาติที่นุ่มนวลมากยิ่งขึ้น ชาญี่ปุ่นบางชนิดที่มีการผสมข้าวคั่วก็เป็นชาที่มีความหอม ซึ่งถ้าหากใครที่ชอบดื่มชาที่มีกลิ่นหอมต่างจากชาญี่ปุ่นธรรมดา ก็สามารถเลือกดื่มชาชนิดนี้ได้เช่นกัน ชาญี่ปุ่นที่ผสมข้าวคั่วนอกจากจะมีกลิ่นหอมแล้ว ยังมีคุณสมบัติในการช่วยสร้างความอบอุ่นให้กับร่างกาย นอกจากนี้ข้าวคั่วที่มีอยู่ในชาญี่ปุ่นยังช่วยเพิ่มแคลเซียมให้กับร่างกาย ช่วยในการเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรงอีกด้วย
ชาญี่ปุ่นมีประโยชน์ต่อร่างกายในด้านของสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยป้องกันโรคมะเร็งและยังช่วยลดความเสื่อมของเซลล์และอวัยวะต่างๆภายในร่างกาย การดื่มชาญี่ปุ่นเป็นประจำจะช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ลดความเสี่ยงของโรคเบาหวาน อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความสามารถของระบบเผาผลาญในร่างกายช่วยให้ขจัดไขมันส่วนเกินออกไปจากร่างกายได้อีกทางหนึ่งด้วย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก
หลายคนที่ดื่มชาเขียวญี่ปุ่นแล้วรู้สึกว่ามีอาการท้องผูก นั่นเป็นเพราะในชาเขียวที่คุณดื่มมีสารแทนนินค่อนข้างมาก วิธีการแก้ไขอาการเหล่านี้คืออย่างชงชาญี่ปุ่นให้เข้มหรือแก่มากเกินไป เพื่อลดความเข้มข้นของสารแทนนินที่ทำให้เกิดอาการท้องผูก